Travel

:: Muse Pass บัตรเดียวเที่ยว 40 พิพิธภัณฑ์ ::

สวัสดีค่ะ วันนี้วาจะมารีวิวเกี่ยวกับบัตรตัวนึง ที่เหมาะกับคนที่ชอบเที่ยวค่ะ บัตรอันนี้มีชื่อว่า Muse Pass (มิวส์ พาส) นั่นเอง หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน เพราะว่าเค้ามีมาหลายปีแล้วนะ รอบนี้ปี 2559 เรียกว่าเป็น Season ที่ 4 แล้วนั่นเองค่ะ สำหรับใครที่ยังไม่รู้จัก วาจะมาเล่าให้ฟังใน Blog นี้ค่ะ


Muse Pass เรียกง่ายๆว่าเป็นตั๋วเข้าชมพิพิธภัณฑ์สุดคุ้มเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะใบเดียวสามารถเที่ยวได้ถึง 40 ที่เลยทีเดียว ซึ่งราคาอยู่ที่ใบละ 199 บาท เวลาใช้ 1 คน ต้องมี 1 ใบ นะคะ หน้าตาจะเป็นบัตรสีเขียวๆแบบนี้ เปิดออกมาด้านในก็จะเป็น ช่องสำหรับตัวปั๊ม เวลาที่เราเอาไปเที่ยวที่ไหนมาแล้ว เค้าก็จะปั๊ม ตรงนั้นนั่นเองค่ะ

ราคา : 199 บาท

ระยะเวลาจำหน่ายบัตร : วันนี้ - 30 กันยายน 2559
อายุการใช้งาน : บัตรมีอายุ 1 ปี นับจากวันที่ซื้อ

สิทธิพิเศษ
- เข้าชมพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ในโครงการจำนวน 40 แห่ง โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- รับคูปองส่วนลดพิเศษจากร้านค้าที่ร่วมโครงการ

เงื่อนไขของบัตร
- แสดงบัตร ณ จุดให้บริการทุกแห่ง
- บัตร 1 ใบ / 1 ท่าน / ที่ละ 1 ครั้ง
- โปรดศึกษารายละเอียดก่อนเข้าชมแต่ละสถานที่
- กรณีใช้สิทธิ์ไม่ครบภายในกำหนด ไม่สามารถเปลี่ยนหรือคืนเป็นเงินสดได้ในทุกกรณี
- บัตรมีอายุ 1 ปี นับจากวันที่ซื้อ
- ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหรือสิทธิพิเศษต่างๆ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า


Muse Pass 2559 ซื้อที่ไหน? 
Muse Pass จะมีขายที่พิพิธภัณฑ์ต่างๆ ที่เปิดให้ชมด้วยบัตรนี้ได้ค่ะ 
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ คลิ๊กที่นี่

วานั่งไล่อ่านดูสถานที่เที่ยว ว่าไปไหนได้บ้าง ดูแล้วต้องร้อง ว๊าววววว ออกมาเลยล่ะ เพราะว่าแต่ละที่ ที่สามารถใช้ Muse Pass ได้ หลายๆคนอาจจะนึกไม่ถึงเลยทีเดียว 40 พิพิธภัณฑ์ที่สามารถใช้ได้ คลิ๊กที่นี่

มาลองนั่งจัดแพลนคร่าวๆ ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนกันได้บ้างด้วยบัตรนี้ ก็จัดออกมาได้ หลายแพลน สำหรับการเที่ยวใน กรุงเทพนะคะ แพลนที่ได้ออกเดินทางจริงๆ นั่นก็คือ สถานที่ท่องเที่ยวตามแนวรถไฟฟ้านั่นเองค่ะ แพลนนี้ สะดวก ประหยัดเวลา สำหรับ หนุ่ม สาว และเด็กๆยุคใหม่แบบเราๆนี่เอง (^^)


1. ART IN PARADISE BANGKOK 

สถานที่ท่องเที่ยวตามแนวรถไฟฟ้าที่แรก ที่แนะนำ ก็คือ ART IN PARADISE BANGKOK นั่นเองค่ะ ที่นี่วาเริ่มออกเที่ยวเป็นที่แรกเลย เดินทางด้วย รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ไปขึ้นที่สถานี ศูนย์วัฒนธรรม ประตู 3 นะจ้ะ ขึ้นไปปุ๊บ เดินไปอีกนิด ถึงเลย ง่ายมากๆ


ART IN PARADISE BANGKOK ตั้งอยู่ที่ ศูนย์การค้าเอสพลานาด ชั้น 4 เข้าไปปุ๊บก็สอบถามซื้อ Muse Pass ได้เลยนะคะ หรือถ้ามีแล้ว ก็เอาไปยื่นให้เค้าได้เลย เค้าจะปั๊มตราให้เรา แล้วเราก็เข้าไปเที่ยวเล่น ถ่ายรูปกันได้ตามสะดวกเลยจ้า ค่าเข้า สำหรับผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาทนะคะ ดูสิ ไปเที่ยวที่นี่ที่เดียว ก็เท่ากับค่าบัตร Muse Pass แล้ว ที่เหลืออีก 39 ที่ คือกำไรแล้วนะ สุดคุ้มจริงๆค่ะ บอกเลย แฮปปี้มากค่ะ






ดู vdo เที่ยว ART IN PARADISE BANGKOK ได้ที่นี่ค่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=v5QTZ-mF3lU


ที่นี่ ภาพวาดสวย สะอาด ดูใหม่ เพราะเค้าให้ฝากรองเท้าด้วย รู้สึกว่าโอเคมากๆกับที่นี่ค่ะ วาเล่นลืมแก่ไปเลยนะ ที่นี่ ไม่ว่าอายุเท่าไหร่ก็สนุกได้ เด็กๆน่าจะชอบ วัยรุ่นคงจะเลิฟ ถ่ายรูปลงไอจี รัวๆ ผู้ใหญ่ก็ยังสนุกเลย เอาเป็นว่า ไปเถอะ คุ้มมมมม


อันนี้คือ ตราปั๊ม ที่เราได้เข้า ART IN PARADISE BANGKOK เรียบร้อยแล้วค่ะ 

สถานที่ต่อไป ยังอยู่ละแวกรถไฟฟ้าอยู่ บริหารดีๆ ออกจากเอสพลานาด มาต่อที่นี่ได้นะ นั่นก็คือ MRT สีลม หรือ BTS ศาลาแดง นั่นเองค่ะ ตรงนี้มี

2. พิพิธภัณฑ์อัญมณีและเครื่องประดับ
ตั้งอยู่ที่ตึก ITF ถนนสีลม อ้อ ลง BTS ที่สถานี ช่องนนทรี ก็ใกล้เหมือนกันค่ะ


พิพิธภัณฑ์อัญมณีและเครื่องประดับนี้ ตอนแรกวาก็เฉยๆนะ เห็นว่าอยู่แนวรถไฟฟ้า อ่ะแวะไปดูหน่อยละกัน พอเข้าไปปุ๊บ ก็ตื่นตาตื่นใจมากๆเลยค่ะ เราจะได้เห็น พวก เพชร พลอย ทอง อัญมณี เครื่องประดับต่างๆ เยอะมาก สวยมากๆ หลายๆอัน เคยได้ยินชื่อ (ช่วงที่หินสีบ้านเราฮิตๆล่ะนะ) พอมาเห็นของจริงแล้ว ตื่นเต้นมากๆเลยค่ะ สวยมากจริงๆ แต่ ที่นี่ห้ามถ่ายรูปด้านในนะคะ เพราะน่าจะเป็นของมีค่ามาก และบางส่วนก็อาจจะแบบ มีลิขสิทธ์ การดีไซน์ อะไรแบบนี้ แต่เข้าไปดูแล้ว เพลินมากๆเลยค่ะ


ที่นี่ใช้เวลาเดินชมสั้นมาก คือ 15 นาที ก็เดินทั่วแล้ว ถ้าดื่มด่ำ กับการชมหน่อยก็สัก 30 นาทีอย่างมาก ถือว่าเป็นการเดินเล่น ฆ่าเวลาได้เหมือนกันนะคะเนี่ย เห็นมี ชาวต่างชาติ มาเซ็นสมุดเยี่ยมเยอะเหมือนกัน ใครชอบ เครื่องประดับ อัญมณี ควรมาชมค่ะ สวยงามๆ


พิพิธภัณฑ์อัญมณีและเครื่องประดับ ค่าเข้าชม 80 บาท

ผ่านมา 2 ที่ คือถ้าต้องจ่ายเงินเอง ก็ต้องเสียไปถึง 279 บาทแล้วค่ะแต่เราใช้ Muse Pass เหมือนเป็นพาสปอต ปั๊มอย่างเดียวไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเลย ชิลล์สุดๆค่ะ นอกจากนี้ ยังมีอีกที่นึง ที่สามารถไปเที่ยวได้ด้วยรถไฟฟ้า นั่นก็คือ

3. พิพิธภัณฑ์ไปรษณียากรสามเสนใน

ตั้งอยู่ที่ ที่ทำการไปรษณีย์ สามเสน สถานี BTS สะพานควายค่ะ อยู่ติดบันไดรถไฟฟ้าเลย เดินทางสะดวกมากๆเลยค่ะ ตึกที่เป็นพิพิธภัณฑ์จะอยู่ด้านหลังตรงที่เป็นไปรษณีย์นะคะ เดินเข้าไปนิดนึง


พอไปถึงตึก ก็เดินขึ้นบันไดไปชั้น 2 เลยค่ะ ปกติที่นี่ก็ไม่ได้เสียค่าเข้าชมอยู่แล้วนะคะ แต่เรามีบัตร Muse Pass เราก็ ปั๊มให้ครบค่ะ จะได้เก็บสะสมไปด้วยในตัว อ้อๆๆ ที่นี่มีบัตร Muse Pass ขายด้วยนะคะ

เปิดวัน พุธ - อาทิตย์ ระหว่างเวลา 8.30- 16.30 น.  หยุดวันจันทร์ - อังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์


เดินเข้าไปบอกว่าะใช้ Muse Pass เค้าบอกว่าเชิญปั๊มด้านในได้เลย แบบยิ้มแย้มมากๆ เจ้าหน้าที่ข้างในก็ต้อนรับดีมากๆเลยค่ะ เค้าเอาใบ Muse Pass ให้เซ็น ซึ่งวาก็เซ็นทุกที่เลยนะ เหมือนจะเก็บสถิติ ว่ามีคนใช้บัตรนี้เยอะไหม และถามไถ่ว่า ซื้อบัตรมาจากที่ไหน เหนือสิ่งอื่นใด เค้าให้ของที่ระลึกมาด้วยจ้า


ในซองเป็นโปสการ์ด ค่ะมีสแตมป์หน้าตาเหมือนโปสการ์ด มาเป้นชุดเดียวกันเลย คือกรี๊ดมากกก ของที่ระลึกดีงามมาก แฮปปี้สุดๆค่ะ อีกอันเป็นที่ปั๊มตราไปรษณีย์ที่ระลึก นี่ก็ไปนั่งปั๊มเล่น เพลินเลยยยย




ยังไม่ได้เดินชมเลย คือมัวแต่แฮปปี้กับของที่ระลึกค่ะ 555555555 ด้านในเป็นห้องๆนึงไม่กว้างมากเท่าไหร่ ดูคร่าวๆคิดเอาเองว่า คงเดินแค่ไม่กี่นาที นาทีจบ เน้นไปที่ บอร์ด ให้ความรู้ต่างๆ เช่น ความหมายของคำว่า ... ไปรษณีย์ เพิ่งรู้เลยนะคะเนี่ยว่าแปลว่า ส่งไป นั่นเอง


แล้วก็ ได้เห็น ไปรษณียากร ชุดแรกของไทย คือ โสฬศ มีหน่วยเป็น อัฐ เฟื้อง เห็นของจริงด้วยนะ โอ้โหเป็นบุญตามากๆค่ะ ใครสะสมสแตมป์ต้องตื่นเต้นที่ได้มาเห็นแน่นอน




นอกจากนี้ก็ยังมี ชุดของบุรุษไปรษณีย์ แล้วก็มีแบบจำลองตู้ไปรษณีย์ในแต่ละยุคอีกด้วยค่ะ ทั้งของไทย และของต่างชาติเลยนะ ตรงนี้ไม่เคยเห็นหลายแบบเลย


แอบแอ๊ว บุรุษไปรษณีย์ 55555555

ตอนแรกวาก็งงๆค่ะ ไหนล่ะ ตราไปรษณียากร คือมานี่ ก็คิดว่าจะได้เห็นสแตมป์เยอะๆ แต่ก็ไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่ เห็นแต่อันที่ใส่กรอบ ว่าดวงแรก หรือ ภาพวาด ฝีพระหัต แต่ด้วยความซน ตามตู้หน้าตาแปลกๆนี้ เค้าบอกให้ กดแล้วดึง มันคืออะไร เลยดึงออกมาดูค่ะ


โหยยยยยยย สแตมป์ทั้งนั้นเลยยยยยย เยอะมากกกค่ะ เยอะจริงๆ แล้วแต่ละตู้ เค้าจะเรียงเป็น ปี พ.ศ. ไว้ มีเลขกำกับด้วย คล้ายชั้นหนังสือในห้องสมุด มีแยกตู้ของไทย ต่างชาติ มีแยกเป็นประเทศๆเลยด้วยค่ะ พอรู้ว่าดึงออกมาดูได้ ก็เลยเพลินเลยทีนี้ ดูจนเค้าจะปิด 5555



พอเค้ใกล้จะปิดแล้วก็เลย โบกมืออำลาพิพิธพัณฑ์นี้ไปแล้วค่ะ แต่ด้านหน้า ทางเข้า มีเป็น นิทรรศการหมุนเวียน (ตั้งให้ดูเป็นช่วงเวลา และเปลี่ยนอันอื่นมาแสดงแทน) ให้ดูต่อ ตอนนี้เกี่ยวกับ " หัวลำโพง " ค่ะ ก็เดินดูต่อได้อีกหน่อยนึง ตรงนี้ีที่จำลองเป็นตู้รถไฟ แถมมีที่ขายของด้วย ได้บรรยากาศมากๆเลยค่ะ สวมวิญญาณแม่ค้า ขายของเลย 555555 อันนี้ จะอยู่ถึงเดือนธันวาคมค่ะ




ต้องยอมรับเลยว่า ช่วงนี้สนุกกับการเที่ยวพิพิธภัณฑ์มากๆเลยค่ะ ตอนนี้ก็พยายามหาเวลาว่าง แล้วก็ดูๆแพลนๆ ว่าที่ไหนน่าสนใจ น่าไปบ้าง เพราะพิพิธภัณฑ์ที่ได้ไปมาแต่ละที่สนุกมาก และไม่น่าเบื่อเลย ทำให้ชอบเที่ยวแนวนี้ไปเลย มีอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นมาก่อน สนุกจริงๆนะ อยากให้ลองงงง


วายกตัวอย่างแพลนที่เดินทางง่ายๆ ด้วยรถไฟฟ้าไปแล้วนะคะ ทั้ง 3 ที่ เป็นการไปเที่ยวคนละอารมณ์กันเลย วาสนุกสนานกับทุกที่เลยค่ะ รู้สึกสนุกไปอีกแบบนึง แถมได้ความรู้อีกด้วยค่ะ ถ้ามีลูกๆหลานๆ พาไปเที่ยวแบบนี้บ้าง น่าจะเป็นการ เสริมสร้างความรู้ และจินตนาการ ให้เด็กๆได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

นอกจากนี้ก็ยังมีสถานที่เที่ยวอื่นๆอีกหลายที่ตามแนวรถไฟฟ้าค่ะ

1.. พระราชวังพญาไท BTS อนุสาวรีย์ 
2. นิทรรศการภายในอาคารพระมหามณฑปฯ วัดไตรมิตรวิทยาราม MRT หัวลำโพง (ต่อรถไปนิดนึง)


นอกจากแพลนรถไฟฟ้า วาก็เอาไปเที่ยวที่ นิทรรศรัตนโกสินทร์ มาด้วยค่ะ อยากไปมานานแล้ว ค่าเข้า 100 บาท อันนี้ไม่ต้องเสียเพิ่มเลย เหมือนมีบัตรเบ่ง แล้วทุกที่ต้อนรับดีมากๆเลยค่ะ ก็เลยเอาไปเที่ยวซะเลย ยังมีอีกหลายที่จริงๆที่สามารถเอาไปใช้ได้ วาไปมาทั้งหมด 4 ที่ คิดเป็นเงินค่าเข้าที่ต้องจ่าย ก็ 200+80+100 = 380 บาท แล้วค่ะ แต่บัตร Muse Pass คือ 199 บาทอ่ะ คุ้มแล้วจริงๆ สถานที่ท่องเที่ยวที่เหลือต่อจากนี้ คือกำไร (^^)


นอกจากที่จะได้บัตรเที่ยว 40 พิพิธภัณฑ์แล้ว Muse Pass ยังมี Muse Pass Privilege เป็นคูปองส่วนลด ต่างๆมาให้ด้วยนะคะ เอาไว้ใช้กับ ร้านค้าต่างๆใกล้ๆพิพิธภัณฑ์ เช่น ร้านขนม ร้านกาแฟ ใกล้ๆพิพิธภัณฑ์ มีหลายที่เชียว ใครไปที่ไหน ก็อย่าลืมหยิบดู คูปองส่วนลดด้วยนะจ้ะ เผื่อต้องการใช้งานพอดี คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มไปอีก คุ้มกว่านี้ก็ฟรีแล้วจ้าาาา


ดูส่วนลดเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ
http://privilege.museumsiam.org/index.php?mode=musepass&page=event_detail&fdNum=61

นี่ก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่วาใช้เจ้า Muse Pass ไปเที่ยวมา แล้วก็เอามาเล่าให้ฟังนะคะ บัตรนี้ใช้ได้ 1 ปี หลังจากวันที่ซื้อ วาว่าเป็นบัตรท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากๆเลยค่ะ สนุก แถมได้ความรู้อีกด้วย อยากให้มีบัตร Muse Pass ต่อไปอีกเรื่อยๆ จะพยายามสะสม เที่ยวไปเรื่อยๆเท่าที่จะทำได้เลยค่ะ

ขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่าน และแชร์ต่อไปด้วยนะคะ อ่านจบแล้วก็ ไปค่ะ ไปเที่ยวกันเร็วววว

About Aiwa Nangnoowa

สวัสดีค่ะ ชื่อ วา นะคะ เป็น Beauty and Lifestyle Blogger เขียนหลายเรื่อง ทั้ง Beauty Travel Food และอื่นๆที่สนใจอีกมากมาย สามารถติดต่องานได้ที่ aiwa555@hotmail.com หรือ Line : aiwa555 นะคะ ขอบพระคุณค่ะ (^^)

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.